สวัสดีค่ะผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่าน ^^

สื่อการสอน การวาดการ์ตูนโดยใช้ Computer Graphic เพี่อการออกแบบ

 

 

เริ่มแรก ของการฝึกสอนคือต้องการให้ท่านได้ร้ถึงประวัติความเป็นมาของการ์ตูน

และคอมพิวเตอร์กราฟิกก่อน เพื่อเป็นพื้นฐานเริ่มแรกก่อนการสอน

เชิญชมกันได้เลยค่า ^O^

 

 

    ความหมายของการ์ตูน

                                  

                      การ์ตูน  (cartoon) เป็นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ ที่เราหยิบยืมมาใช้
จนติดปาก cartoon มีรากศัพท์มาจากคำว่า cartone ในภาษาอิตาเลียน ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
ชาวอิตาเลียน ผู้วางรากฐานศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย ให้ความหมายของการ์ตูนว่า

"เมื่อจิตรกรต้องวาดภาพขนาดใหญ่ เขาเริ่มต้นด้วยการวาดภาพเป็นร่างให้เต็มขนาดของจริง
ที่วาดลงบนกระดาษแผ่นหนา และระบายสีเอกรงค์ (
monochrome) สีเดียวยืนพื้นภาพ
ที่วาดขึ้นอย่างนี้ เรียกว่า "การ์ตูน" โดยที่ ดำเนินวิธีทำให้มีค่าของ กิอาโรสกูโรอยู่ทั้งหมด
เมื่อเอากล้องมาถ่ายเป็นรูปก็ได้ผลเท่ากับถ่ายออกมาจากภาพที่ระบายสีจริง ๆเหมือนกัน"
สรุปง่าย ๆ ความหมายดั้งเดิมของการ์ตูนคือ ภาพร่างต้นแบบบนกระดาษแข็งสำหรับออกแบบ
เพื่อนำไปใช้กับผ้าทอ โมเสก ภาพฝาผนัง หรืองานศิลปะที่สำคัญอย่างอื่น\แต่ปัจจุบันความหมาย
ของการ์ตูนได้เปลื่ยนไปจากเดิมแล้ว การ์ตูนในวัฒนธรรมตะวันตกมีชื่อเรียกมากมายหลายประเภท
อาทิ
caricature เป็นคำศัพท์ที่มาจากภาษาอิตาลีว่า caricatursแปลว่า บรรทุก หรือบรรจุ หมายถึง ภาพล้อ
บุคคลหรือวัตถุ ที่ทำให้ขันโดยการเปลี่ยนลักษณะบางอย่างให้เกินความเป็นจริง แต่ไม่มีประสงค์ที่จะ
แสดงให้เห็นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นจุดสำคัญ เช่น รูปร่างดูสูงเก้งก้าง หรือหัวโตตัวเล็ก ฯลฯ
แต่สามารถดูออกทันทีว่าเป็นใคร หรืออะไร เพราะผู้วาดยังคงลักษณะเดิมไว้
caricature พบมากใน
หนังสือพิมพ์ คือมักใช้วาดประชดประชันสังคม โดยเฉพาะทางด้านการเมือง
comic หรือ ภาพชวนขัน
เป็นภาพชุดมีถ้อยคำบรรยายประกอบตามเนื้อเรื่อง เนื้อเรื่องจะเป็นแนวใดก็ได้ ภาพชวนขันที่ตีพิมพ์
ในหนังสือพิมพ์ เรียกว่า
comics strips เมื่อนำมารวมพิมพ์เป็นเล่มเรียกว่า comics books
 

 

ประวัติความเป็นมาของการ์ตูน 

 

 


       

                        ใน ปี ค.ศ. 1942 สถาบันแห่งศิลปลายเส้นแห่งอเมริกา (american Institute of Graph Arts) ได้บันทึกประวัติความเป็นมา และความหมายของภาพที่ใช้ชื่อว่า Comic หรือการ์ตูนเรื่องไว้ว่า          ภาพการ์ตูนตัวอย่างที่นำออกมาแสดงให้ประชาชนในระยะเริ่มแรงนี้เป็นภาพลอกเลียนแบบภาพลายเส้นที่มีชื่อว่า "A Rock Shelter Cogul" ของสเปนมีลักษณะความคิดในสมัย Paleclithic ซึ่งสิ้นสุดลงที่ยุโรปตะวันตกประมาณ 2,500 ปี ก่อนคริสตศักราช ภาพดังกล่าวบรรยายอารยธรรมดึกดำบรรพ์ ซึ่งแสดงให้เห็นความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ความเคารพยกย่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในหลุมฝังศพของอียิปต์ มีผู้ค้นพบภาพเหตุการณ์ประจำวัน และภาพเรื่องราวมหัศจรรย์ต่าง ๆ ที่ใช้กันในปัจจุบันเรียกกันว่า การ์ตูน จากหลักฐานประวัติศาสตร์แสดงว่า ในศตวรรษนี้มีนักเขียนการ์ตูน บันทึกความรู้สึกนึกคิด และท่าทางของบุคคลต่างๆ สะท้อนภาพชีวิตของมนุษย์สมัยนั้น นับตั้งแต่พิธีการทางศาสนา ความเชื่อต่างๆ และเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
                         ในศตวรรษที่ 18 และ 19 เริ่มมีนักเขียนการ์ตูนการเมือง (Caricaturists) ที่มีความชำนาญในการเขียนการ์ตูนลงในหนังสือพิมพ์ได้พัฒนาขึ้นมากในศตวรรษที่ 19 โดย Bud pisstur เจ้าของการ์ตูนผู้โด่งดังในอเมริการได้นำการ์ตูนมาแทรกในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นคนแรก นับเป็นแบบฉบับของหนังสือพิมพ์ในปัจจุบันที่มีการ์ตูนแทรกอยู่ด้วย  

 

ความเป็นมาของการ์ตูนไทย 

 



              การ์ตูนไทยได้เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ขรัวอินโข่งจิตรกรสมัยรัชกาลที่ 3 ได้เขียนภาพฝาผนังด้วยภาพเหมือนผิดกับภาพไทยโบราณ ที่เขียนเป็นแบบอุดมคติภาพวาดของขรัวอินโข่งจะสอดแทรกอารมณ์ขันเพื่อล้อเลียนคนสมัยนั้น จัดว่าเป็นลักษณะของการ์ตูนอย่างหนึ่ง
     ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยการวาดภาพและทรงวาดภาพตักเตือน ล้อเลียนข้าราชการที่ประพฤติตนไม่ดีลงพิมพ์ดุสิตสมิต ต่อมามีนักวาดภาพที่มีชื่อเสียง คือ เปล่ง ไตรปิ่น ได้นำแบบอย่างการ์ตูนล้อเลียนการเมืองมาจากต่างประเทศ ตัวการ์ตูนมีลักษณะตัวเล็กหัวโตลงพิมพ์ในเดลิเมล์วันจันทร์รายสัปดาห์ในยุคนั้น
      ต่อมา สวัสดิ์ ใช้นามปากว่า "ขุนหมื่น" วาดการ์ตูนเป็นเรื่องราววรรณคดี "สังข์ทอง" และจำนงค์ รอดศิริ เขียนเรื่องพญาช้างน้อยชมตลาดกับเรื่องระเด่นรันได ต่อมาพระฉันท์สุวรรณบุณย์ได้เขียนการ์ตูนประกอบโคลงโลกนิติ เพื่อให้เข้าใจความหมายง่ายขึ้น        การ์ตูนยุคนั้นส่วนใหญ่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันและรายสัปดาห์มีที่รวมเป็นเล่มไว้แล้ว แต่ไม่มากนัก
             พ.ศ. 2489 ประยูร จรรยาวงษ์ ได้เริ่มเขียนการ์ตูนหลวิชัย ลงในหนังสือพิมพ์ไทย ซึ่งเป็นการ์ตูนล้อเลียนการเมืองและขวนการแก้จน พ.ศ. 2493 พิมลหรือตุ๊กตา ได้เขียนการ์ตูนระเด่นรันได และออกหนังสือการ์ตูนตลกสำหรับเด็กอย่างจริงจังคือ "การ์ตูนตุ๊กตา" อันเป็นแบบอย่างของการ์ตูนสำหรับเด็กในปัจจุบัน

 

 ประโยชน์ของการ์ตูน

    1.นำมาใช้ประกอบการเขียนกระดานดำ ภาพโฆษณา จัดแสดงป้ายนิเทศ ประกอบทำแผนภูมิ แผนสถิติ หรือสื่ออื่นๆได้หลากหลาย การ์ตูน เป็น ภาพสัญลักษณ์ที่ใช้แทนตัวบุคคล แสดงแนวความคิด หรือชี้บ่งสถานการณ์ที่ทำขึ้น เพื่อจุดมุ่งหมาย ชี้นำแนวความคิด ของผู้ดูให้มีความรู้สึกมีแนวโน้มไปกับเรื่องนั้นๆ



    2.ลักษณะที่ดีของการ์ตูน คือให้ผลตามความมุ่งหมายของผู้ที่เขียนขึ้นมา ซึ่งลักษณะที่ดีนั้นจะต้องแสดงให้เห็นเพียงแนวความคิดเดียวโดยการใช้ภาพที่แสดงให้เห็นถึงการเสียดสี สร้างภาพหรือจินตนาการที่ลึกซึ้ง และให้สามารถมองเห็นเป็นเรื่องจริงจากสัญลักษณ์ประจำตัวของการ์ตูน ซึ่งทำให้เกิดอารมณ์ร่วมแก่ผู้ดู เช่นอารมณ์ขัน ตื่นเต้น เศร้าโศก โกรธแค้น เป็นต้น

 

 

สรุปประโยชน์ของการ์ตูน มีดังนี้


1. ใช้สื่อความหมายแทนการเขียนข้อความยาวๆ
2. ดึงดูดความสนใจ ช่วยผ่อนคลายความเครียด
3. ใช้เป็นตัวแสดงแทนการกระทำที่เป็นอันตราย
4. ใช้เป็นสื่อแทนภาษาที่ 3 ได้ โดยวาดภาพแทนการพูด                

 

ความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก

 

                 คอมพิวเตอร์กราฟิก (computer graphics) หรือในศัพท์บัญญัติว่า วิชาเรขภาพคอมพิวเตอร์ เรียกย่อ ๆ ว่า ซีจี (CG) คือหนึ่งในศาสตร์ องค์ความรู้ ของระเบียบวิธีการแก้ปัญหาเชิงคอมพิวเตอร์ (computing methodology) ที่แก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของภาพหรือการแสดงภาพ โดยเน้นการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ ให้ข้อมูลนำเข้าเป็นข้อมูลตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญญาณต่าง ๆ แทน ตำแหน่งพิกัด สี รูปทรง ความสว่าง ขั้นตอนแรกเริ่มต้นด้วยการสร้างแบบจำลอง (modeling) เพื่อแทนความสัมพันธ์ของข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นให้สามารถประมวลผลได้ด้วยคอมพิวเตอร์ ตามด้วย การแปรเป็นภาพสุดท้าย หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเรนเดอร์ หรือการให้แสงและเงา (rendering) เป็นการแปรหรือแสดงผลลัพธ์ทางอุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ เช่น จอภาพ หรือ อุปกรณ์อื่น ๆ ออกมาเป็นภาพเชิงเรขาคณิตมองเห็น รูปทรง สีสัน ลวดลาย ลายผิว หรือ ลักษณะแสงเงา รวมถึง ข้อมูลอื่น ๆ ของภาพ เช่น ข้อมูลการเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลง ลักษณะการเชื่อมต่อ และ ความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุหรือสิ่งของในภาพ 

คอมพิวเตอร์กราฟิกกับการประยุกต์ใช้ในงานด้านต่าง ๆ

 

           ในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้การสื่อสารมีสีสัน
และมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยการใช้ภาพกราฟิกมาประยุกต์ร่วมกับงานด้านต่าง ๆ เพื่อให้งานดูสวยงาม
และดึงดูดใจให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งแบ่งงานด้านกราฟิกออกได้ดังนี้ 
         

   1. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการออกแบบ คอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทกับงาน
ด้านการออกแบบในสาขาต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น งานด้านสถาปัตย์และการออกแบบภายในอาคาร
การออกแบบรถยนต์ รวมถึงการออกแบบวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งโปรแกรมที่ใช้จะเป็นโปรแกรม
3 มิติ เพราะสามารถกำหนดสีและแสงเงาได้เหมือนจริงที่สุด อีกทั้งสามารถดูมุมมองต่าง ๆ ได้ทุกมุมมอง
           

 2. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านโฆษณา ปัจจุบันการโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์ ได้นำภาพกราฟิกเข้ามาช่วยในการโฆษณาสินค้าเพื่อเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น เช่น การทำหิมะตกที่กรุงเทพ ฯ การนำการ์ตูนมาประกอบการโฆษณาขนมเด็ก และการโฆษณาสินค้าด้วยภาพกราฟิกยังมีอยู่ทุกที่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นตามป้ายรถเมล์ ข้างรถโดยสาร หน้าร้านค้าตามแหล่งชุมชนต่าง 3. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการนำเสนอ การนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เป็นการสื่อความหมายให้ผู้รับสารเข้าใจในสิ่งที่ผู้สื่อต้องการ และการสื่อสารที่ดีจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ภาพเข้ามาช่วยเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้กับผู้รับสาร เช่น การสรุปยอดขาดสินค้าในแต่ละปีด้วยกราฟ หรือการอธิบายกระบวนการ
ทำงานของบริษัทด้วยแผนภูมิ
           

 4. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านเว็บเพจ ธุรกิจรับสร้างเว็บเพจให้กับบริษัทหรือหน่วยงานต่าง ๆ ได้นำคอมพิวเตอร์กราฟิกเข้ามาช่วยในการสร้างเว็บเพจ เพื่อให้เว็บเพจที่สร้างมีความสวยงาม
น่าใช้งานยิ่งขึ้น
           

 5. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้าน Image Retouching ปัจจุบันธุรกิจคอมพิวเตอร์กราฟิก
ที่ใช้ในการ Retouching ภาพ ได้เปิดตัวขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของคนในการทำภาพจินตนาการได้เป็นอย่างดี เช่น การทำภาพผิวกายให้ขาวเนียนเหมือนดารา การทำภาพเก่า
ให้เป็นภาพใหม่ การทำภาพขาวดำเป็นภาพสี และการทำภาพคนแก่ให้ดูหนุ่มหรือสาวขึ้น เป็นต้น